วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

ความเชื่อเรื่อง ทำเพื่อมนุษยชาติ กับ ความเชื่อเรื่องทำเพื่อประเทศชาติ

สิบกว่าปีก่อน ปธ. บารัค โอบามา พูดถึงนโยบาย "เพื่อมนุษยชาติ"
ผมไม่เคยเข้าใจความหมายจริงๆ ของมัน อาจเพราะไม่ค่อยให้ความสนใจมัน

ภาวะผู้นำโลกที่มีผลต่อเศรษฐกิจ หลายประเทศทำให้ ประเทศอื่นๆต้องปรับตัวปรับ

ในยุค ปธน. บารัค โอบามา ที่มีนโยบาย "เพื่อมนุษยชาติ"

     ทำให้ประเทศส่วนใหญ่เปิดเสรีทางการค้า ห่มแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านจางลง
ขอบเขตมันขยายใหญ่เป็นการพูดถึง อาเซียน   มีการลดกำแพงภาษีระหว่างประเทศเป็นศูนย์
เปิดให้ประชาชนเดินทางข้ามไปหากันง่ายขึ้น ทั้งไปในฐานะท่องเที่ยวการค้าหรือแรงงาน 
กฎหมายปรับเปลี่ยนให้คนต่างชาติมากขึ้น  ที่โรงเรียนมีการสอดแทรกสอนภาษาของกลุ่มอาเซียนด้วยกัน
     ที่แรงกว่าคือ โลกโซเชียล ที่ทลายเส้นกำแพงประเทศลง อย่างรุนแรงและรวดเร็ว

คนกลุ่มนี้เชื่อว่า ทุกปัญหา ปรึกษาหาทางออกร่วมกันได้ เพียงแต่  "ให้เกียรติเคารพสิทธิ์ผู้อื่น"  แล้วเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวบ้างส่วนบ้าง ไม่มีใครได้ถูกใจตัวเองทั้งหมด ในการแก้ปัญหาร่วมกันก็ไม่มีสูตรสำเร็จ อะไรที่ตกลงกันไว้ บ้างฝ่ายกลับไปทำแล้วเจอปัญหาที่ตนยังไม่รู้ แล้วทำไม่ได้ก็ต้องแจ้งกันแล้วกลับเข้าที่ประชุมคุยกันใหม่ ช่วยกันแก้ไข หลายอย่างไม่ง่ายและต้องใช้เวลาพิสูจน์และปรับเปลี่ยนให้พอเหมาะกับทุกฝ่าย



แต่ไม่ใช่ทุกคนจะชอบมัน การปรับเปลี่ยนให้ถูกใจมันช้าและหลายคนไม่คิดว่าตนต้องเสียสละ นั้นเป็นเหตุให้ ดอนัลด์ ทรัมป์  ดึงจุด "เพื่อประเทศชาติ" ออกมาขาย  

ในยุค ปธน. ดอนัลด์ ทรัมป์ ที่มีนโยบาย "เพื่อประเทศชาติ"

      เพื่อเปลี่ยนระบบกลับไปเป็นแบบเดิม ตั้งกำแพงภาษีขึ้นให้สูงเหมือนเดิม กีดกันชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ
ใช้กำลังอำนาจ บังคับคู่แข่งทั้งด้านทหารและเศรษฐกิจให้ยอมตามเงื่อนไขตน 
      ทรัมป์ แสดงให้โลกเห็นว่า เพื่อประเทศเรารอด เพื่อคนของเราให้รอด ถ้ามันจำเป็นอเมริกาจะทิ้งระเบิดใส่ประเทศที่ขัดผลประโยชน์ แบบไม่สนใจใคร 
      แต่ผมเชื่อว่า  ปธน.ทรัมป์ เองก็ไม่กล้าปรับให้มันเหมือนแบบเดิมหมด สุดท้ายก็ทำได้แค่ปรับกลับนิดหน่อยๆ เพื่อออกใจกลุ่มคนที่ปรับตัวไม่ทันที่ให้คะแนนเสียงตัวเองมา
     
     


โดยส่วนตัว กว่าผมจะเข้าใจคำว่า "เพื่อมนุษยชาติ"  คืออะไรต่างจาก "เพื่อประเทศชาติ" ยังไงก็จน
เห็นผลงานของ ปธน. ดอนัลด์ ทรัมป์

         และทำให้เข้าใจความหมายของ
               "ให้เกียรติเคารพสิทธิ์ผู้อื่น"  นั้นต่างจาก  "ให้เกียรติเคารพผู้ใหญ่ผู้อาวุโส"  

        ต้องยอมรับว่าชาวตะวันตก บ้างส่วน นำวัฒนะธรรม ชาวตะวันออกไปประยุคใช้ให้เข้ากับสังคมปัจจุบันได้ดี (ถึงแม้ไม่ใช่ทุกคน) เห็นได้จากชาวยุโรปส่วนใหญ่ ให้เกียรติคนต่างชาติต่างภาษาต่างสีผิวต่างฐานะ ได้ดีกว่า ชาวเอเซียที่มองชาวยุโรป










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น